12 กุมภาพันธ์ 2567

ร้อยเอ็ด...เปิดใจช่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ขอสร้างตำนานอีกสักรุ่นสนองคุณครูบาอาจารย์ กับงานพุทธศิลป์ วัดสร้างเอง พุทธศิลป์ เสาร์ 5 (5 5 5)


ร้อยเอ็ด...เปิดใจช่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ขอสร้างตำนานอีกสักรุ่นสนองคุณครูบาอาจารย์ กับงานพุทธศิลป์ วัดสร้างเอง พุทธศิลป์ เสาร์ 5 (5 5 5) 

วันนี้(12 กุมภาพันธ์ 2567) นายธนกร จันทะโยธา ช่างจ่า ช่างพระผง(เนื้อผง+มวลสาร) มือหนึ่งของจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ครูบาอาจารย์หลายวัด นักสร้างวัตถุมงคลทั่วภาคอีสานยอมรับในฝีมืองานด้านพุทธศิลป์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ว่า ตนเองดีใจและภูมิใจที่ได้ทำอาชีพคนสร้างพระ(สร้างวัตถุมงคล) สร้างให้คนได้เคารพกราบไหว้ ทุกครั้งที่ได้รับความเมตตา ความไว้ใจจากครูบาอาจารย์หลายๆวัด นักสร้างหลายๆคนให้เป็นช่างผู้สร้างงานด้านพุทธศิลป์(สร้างวัตถุมงคล/พระผงฯลฯ)ทุกงานจะทำให้ดีที่สุด เต็มที่กับงานที่ทำ ทุกอย่างมีขั้นมีตอน กว่าจะออกมาเป็นงานพุทธศิลป์(วัตถุมงคลฯ)ไม่ใช่เรื่องง่าย


 ช่างจ่าเล่าต่ออีกว่า ตนเองเข้าสู่วงการพระเครื่อง อาชีพสร้างพระเนื้อผง หรือพิมพ์ผง ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2546 กว่า 20 ปี ที่โลดแล่นบนเส้นทางพระเครื่อง ช่างผู้สร้างพระเนื้อผง หรือพิมพ์ผง โดยมีพระครูปั่ง วัดกลางมิ่งเมือง และอาจารย์ตุ๊ วัดราษฎร์ศิริ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ หลังจากครูบาอาจารย์ทั้ง2 ท่านได้สอนวิธีทำพระเครื่องเนื้อผง หรือพิมพ์ผงให้ตนเองก็หมั่นศึกษาหาความรู้จากท่านผู้รู้อีกหลายท่าน และนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาอาชีพของตนเองตราบเท่าปัจจุบัน


 ส่วนพระเครื่องที่ทางวัด มูลนิธิ และบันดานักสร้างพระได้นำมาให้ทำส่วนมากก็จะเป็นพระเนื้อผง หรือพิมพ์ผง เช่น พระสังกัจจายน์ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด -พระปิดตาจินดามณี พระผงพลิกชีวิตหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท -พระสมเด็จศิลาแลง "แรง" ๙ ชั้นดีหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท -พระปิดตาสุกิตติมาโลกะวิวอนหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท - พระผงศิลาแลง เจ้าเฮือน3พระองค์หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท -พระผงจินดามณี หลวงพ่อพระใสด้านหลังหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท –พระปิดตา รุ่นโชคหมาน - พระหลวงปู่ทวด พระสุขุมวาทเวที รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าอาวาสวัดบูรพาภิรามพระอารามหลวง-นาคบาศเกี้ยวทรัพย์ 4 ตระกูล พระอาจารย์ต้อมพระเกจิชื่อดังแห่งวัดท่าแสบงร้อยเอ็ดเป็นต้น



 ด้วยเหตุนี้ทำให้วัดหลายวัด ผู้สร้างหลายคน ไว้วางใจ เชื่อใจ และมั่นใจ ติดต่อมาว่าจ้างให้ทำพระเนื้อผง พิมพ์ผง หรือเนื้ออื่นพิมพ์อื่นให้ไม่ขาดสาย เช่นที่ผ่านมา ธกส.ร้อยเอ็ด ติดต่อมาว่าจ้างให้ทำรูปหล่อลอยองค์(หล่อโบราณ) – เหรียญ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือพระเจ้าใหญ่วัดบูรพาภิรามพระอารามหลวง – กลุ่มลูกศิษย์หลวงพ่อทองวัดบ้านไร่(ศิษย์หลวงพ่อคูณ) จังหวัดนครราชสีมา ให้สร้างพระเนื้อผง ปิดตาคูณทอง ยอดสาก มหาลาภ กันภัย พระวิสุทธิ์วิทยาคม หลวงพ่อทอง สุทธสีโล วัดบ้านไร่ – สมาคมแสงธรรมรัตน์การกุศล หน่วยกู้ภัยอโสก จังหวัดร้อยเอ็ด ให้สร้างพระเนื้อผง-เหรียญ-รูปหล่อ องค์ฮ้อเอี้ยฮุ้งเซี้ยโจ้ว รุ่น 1 -เมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มชาวบ้านลูกศิษย์หลวงปู่ผาง จิตตคุตโต จังหวัดขอนแก่นไว้วางใจให้เป็นช่างผู้สร้าง ทำรูปหล่อจำลองหลวงปู่ผางจิตตคุตโต และพระผงหลวงปู่ผางจิตตคุตโต - สร้างพระพุทธชินราชวัดบ้านหัวแฮด ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด - สร้างพระหลวงปู่ทวดวัด วัดอัมพวนาราม ต.โนนตาล อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ยังมีอีหลายวัด หลายผู้สร้าง ที่ติดต่อเข้ามาให้เป็นช่างผู้สร้างให้ ตนเองต้องขอกราบขอบพระคุณในความเมตตา และโอกาสที่ทุกท่านมอบให้มา ผมขอสัญญาว่าผมจะทำทุกอย่างให้ผลงานด้านพุทธศิลป์ออกมาสู่สายตาของผู้ที่เสื่อมใสและเคารพศรัทธารวมถึงผู้ว่าจ้างอย่างดีที่สุด และสุดหัวใจ ไม่ให้ผิดหวัง ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่มี 




และล่าสุดตนเองอยากจะฝากไปถึงนักสะสมพระเครื่อง วัตถุมงคลทุกท่านรวมถึง FCช่างจ่าธนกร จันทะโยธา ทุกคนทั่วประเทศ เมื่อวานพึ่งเข้าไปกราบนมัสการพระเกจิชื่อดังของจังหวัดร้อยเอ็ดอีก1รูป พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล เจ้าอาวาสวัดวิมลนิวาส บ้านหนองแก ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ท่านเป็นพระปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ ดำรงตนเรียบง่าย สมถะ เป็นที่เคารพ ศรัทธาของลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ เป็นที่พึ่งของมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย ท่านมีความเมตตากรุณากับทุกคนเสมอภาค ส่วนใหญ่ลูกศิษย์ลูกหา ญาติ โยม ศรัทธาที่มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พระครูวิมลบุญดกศลท่านมีความเมตตาสูง ด้านความเมตตา และความสำเร็จ มาวัดนี้มักไม่ผิดหวัง ชาวบ้านหลายคน ลูกศิษย์หลายท่านเคยกล่าวไว้ 






 ช่างจ่าเล่าต่ออีกว่า ตนเองเคยฝัน และปวรณาต้นไว้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตช่าง อยากจะมีโอกาสและวาสนาได้สนองงานรับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศลสักครั้ง มาวันนี้ความหวังความฝันก็ได้เป็นจริงแล้ว เมื่อวานท่านเมตตาเรียกเข้าพบแบบงงๆคือไม่ได้คิดเลยว่าจะได้รับโอกาสนี้ ท่านเมตตามาก พุดคุยอย่างเป็นกันเองไม่ถือตัว คำคำหนึ่งที่ท่านเอ่ยพูดกับผมด้วยความเมตตาว่า "ลองเบิ่ง แสดงฝีมือเบิ่ง" หลวงพ่อสร้างรุ่นนี้สร้างให้คนได้พูดถึง ถามถึงและจะมีอีกหลายคนตามหาในอนาคต สร้างไว้ใช้เองในวัด เป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่มาทำบุญที่วัด คำพูดเหล่านี้ของหลวงพ่อทำให้ผมตื้นตันใจเป็นที่สุดไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ทำ



 ผมถือว่าผมได้รับโอกาสจากหลวงพ่อ ผมจะทำให้ดีที่สุด ให้สมกับได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากหลวงพ่อ งานพุทธศิลป์ชิ้นที่ ถือว่าเป็นอีก1ชิ้นงานที่ทรงคุณค่าทางด้านจิตใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งจังหวะและโอกาสมันช่างลงตัวทุกอย่าง วัตถุมงคลในวาระและโอกาสนี้จะเป็นวัตถุมงคลที่ดีและเข้มขลังที่สุดอีกวาระหนึ่งของผม พุทธศิลป์ เสาร์ 5 เดือน 5 ปี 5 (5 5 5 ) และจะมีพิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดวิมลนิวาส ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ในวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2567 (ซึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ 5 ใหญ่)ซึ่งตามตำราเป็นวันมหามงคลยิ่ง อีกอย่างวาระนี้หลวงพ่อและวัดสร้างเองตามวัตถุประสงค์และเจตนาข้างต้น โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด ท่านจะสร้างพุทธศิลป์อะไร มวลสารอย่างไร อธิฐานจิตยังไง อย่ากระพริบตา 



ส่วนท่านที่ต้องการให้ผมได้รับใช้เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นสามารถติดต่อมาหาผมได้โดยตรงไม่ต้องผ่านนายหน้าที่เบอร์โทร 089-576-3551 หรือถ้าสะดวกเข้ามาหาผมที่บ้านเลยก็ได้ มาที่บ้านหัวแฮด หมู่ 3 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ถามหาช่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ยินดีรับใช้ทุกท่านด้วยความซื่อสัตย์ในอาชีพที่ทำเป็นสำคัญ สาธุ นายธนกร กล่าวในที่สุด 

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห) 
081-377-2689

สนับสนุนข่าวโดย...












31 มกราคม 2567

ร้อยเอ็ด...ปลัดมท.เปิดสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัยกลางเมืองร้อยเอ็ด



ร้อยเอ็ด...ปลัดมท.เปิดสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัยกลางเมืองร้อยเอ็ด 

วันนี้ (31 ม.ค. 67) เวลา 09.00 น. ที่บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายชนาส ชัชวาลวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ คนที่ 25 นายสุธน ศรีหิรัญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ รองศาสตราจารย์ ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ และพี่น้องประชาชน ร่วมพิธี


 โอกาสนี้ นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล ประธานชุมชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ร่วมให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ สักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด ภายในบึงพลาญชัย และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่อาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา นายธวัชชัย ฟักอังกูร ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรองศาสตราจารย์ ดร. ชุมเขต แสวงเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน เสร็จแล้วเป็นประธานกล่าวเปิด พร้อมทำพิธีเปิดสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัย


 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา พื้นที่เล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ พื้นที่แห่งการสร้างพัฒนาการที่ดีของเด็ก ซึ่งอาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ได้ศึกษาพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า" ผ่านหนังสือพระนิพนธ์ "แม่เล่าให้ฟัง" และ "เจ้านายเล็ก ๆ ยุวกษัตริย์" ทำให้ได้เรียนรู้ว่า พระองค์ทรงเลี้ยงดูพระราชโอรส และพระราชธิดา ด้วยการให้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ เล่นกับดิน ดูแลกันและกัน จนกระทั่งพระโอรสองค์เล็กได้เติบโตเติบใหญ่เป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีความเป็นเลิศด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของโลก คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระโอรสพระองค์กลาง เป็นยุวกษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระธิดาพระองค์โต คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ทรงช่วยเสริมสร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ชาติไทย "การพัฒนาคนในช่วงที่สำคัญที่สุด คือ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 7 ขวบ เพราะเป็นช่วงที่ IQ ของคนจะพัฒนาประมาณ 70 - 80 % ทำให้มนุษย์มีเหตุมีผล สามารถตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่งการที่เด็กจะมี IQ ที่ดีได้นั้นอยู่ที่การเลี้ยงดู ทั้งอาหารการกิน การละเล่น การออกกำลังกาย โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกินที่จะส่งผลให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับวัย สอดคล้องกับที่แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ได้กล่าวกับแม่บ้านมหาดไทยภาคกลางและภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ว่า "ให้ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ อย่างน้อยวันละ 2 ฟอง โดยเฉพาะไข่ขาวที่เป็นแหล่งรวมโปรตีน มีประโยชน์ในการสร้างกล้ามเนื้อ" 



จึงเป็นที่มาของการมีหนังสือแจ้งทุกจังหวัดให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอได้ร่วมกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนเลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และทุกโรงเรียนได้จัดพื้นที่ให้เด็กได้เลี้ยงไก่ประจำตัว คนละ 2 ตัว เพื่อให้เด็กทุกคนได้บริโภคไข่ไก่ เพราะเด็กต้องได้รับสารอาหารที่ดี ทั้งโปรตีนจากไข่ไก่ ควบคู่กับการปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร"



  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า การออกกำลังกายผ่านการละเล่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กได้มีโอกาสในการพัฒนาร่างกายจากการเล่น ดังที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเลี้ยงพระราชโอรส พระราชธิดาทั้ง 3 พระองค์ให้เล่นดิน เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นปีนป่ายอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งหากเราย้อนไปสมัยเรายังเด็ก เราทุกคนต่างได้วิ่งเล่นบนหัวคันนา ช้อนปลากัด ดึงสายบัว เอาก้านกล้วยมาทำม้าวิ่ง ปั้นดิน ปั้นทราย เล่นขายของ เล่นซ่อนแอบ ซึ่งเป็นการเลี้ยงดูบุตรด้วยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ โดย "สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา" ได้น้อมนำแนวทางการเลี้ยงดูบุตรของพระองค์ท่าน และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ประยุกต์ผ่านการสร้างฐานการเรียนรู้ในสนามเด็กเล่น อันจะทำให้เด็กเล็กให้มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งด้านร่างกาย สมอง อารมณ์ จิตใจ สังคม และวินัย เพราะจะทำให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ได้ฝึกการมีสังคม การอยู่ร่วมกับคนในสังคม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปัน และยังทำให้เด็กมีพัฒนาการเจริญเติบโตที่ดี สมองมีการพัฒนาเรื่องความจำ ความคิดริเริ่ม การตัดสินใจ เพราะการที่เด็กปีนต้นไม้จะต้องฝึกจิตใจให้กล้าหาญ สมองต้องคิดตัดสินใจ เป็นต้น 




"ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และแม่บ้านมหาดไทย ได้ช่วยนำตัวอย่างที่ดีของสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาแห่งนี้ ขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ในทุกตำบล/หมู่บ้าน เพื่อที่เราจะได้ทำตามคำมั่นสัญญาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับหัวหน้าผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย 76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน "โลกนี้เพื่อเรา" ทั้งนี้ สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น เพราะสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาสามารถทำได้เองด้วยการร่วมกันบริจาควัสดุอุปกรณ์ แรงงานก็สามารถรวมพลังคนในชุมชนโดยไม่ต้องจ้าง ถ้าเราช่วยกันสร้างสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ความสุขของผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ก็จะเกิดทันที เพราะเราได้เห็นเด็กมีความสนุกสนานวี้ดว้ายกระตู้วู้ ได้รับการพัฒนา 

และท้ายที่สุดพวกเราทุกคนจะได้มีความสุขที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นคนไทยที่มีคุณภาพและมีความสุขอย่างยั่งยืน" นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย


 นายชูศักดิ์ ราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า บึงพลาญชัยถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะเป็นเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 124 ไร่ โดยพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ) ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด คนที่ 3 ได้นำชาวบ้านประมาณ 40,000 คน ขุดบึง เมื่อปี พ.ศ. 2469 ซึ่งปัจจุบันบึงพลาญชัยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด และนักท่องเที่ยว มีสวนไม้ดอกขนาดใหญ่ มีพันธุ์ไม้ร่มรื่น และในบึงมีปลาชนิดต่าง ๆ หลายพันธุ์ นอกจากนั้น ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ด มีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ พระพุทโธดม พระพุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่ ภูพลาญชัย มีลักษณะเป็นน้ำตกจำลอง สนามเด็กเล่น และสวนสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย อันเป็นการเสริมสร้างพลานามัยที่ดีให้แก่พี่น้องจังหวัดร้อยเอ็ด




 และในวันนี้ บึงพลาญชัยได้มีสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนที่สร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาการเรียนรู้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน







 นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า สนามเด็กเล่นสร้างปัญญาบึงพลาญชัย มีพื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน เกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากหลายภาคส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ส่งเสริมให้เด็กได้เคลื่อนไหว ได้มีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายเล่นสนุกตามธรรมชาติที่เหมาะสมกับช่วงวัย งบประมาณ 2.5 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา 2 ล้านบาท และงบโครงการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนเพื่อเมืองร้อยเอ็ดน่าอยู่สู่ความยั่งยืนจาก สสส. 500,000 บาท ซึ่งสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาแห่งนี้จะทำให้เด็กในจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียงได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน




ปชส.มท.


23 มกราคม 2567

นิทาน 6 เรื่อง 6 ตอน ธรรมชาติ บริสุทธิ ตามมีตามเกิด สาธุ(เรื่องเล่าชาวบ้าน)


บันทึกส่วนตัว...EP.1-6 (สิเว่านิทานสู่ฟัง ฟังเด้อ) มันเป็นความบังเอินร์หรือไม่...มาฟังดูครับผม ขอโอกาสครับผม... EP.1 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและรับฟัง สาธุ -เหตุการณ์นี้...เกิดขึ้นจริง (ผู้เขียนเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์... เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อประมาณปี 2563 ผมได้รู้จักพระองค์หนึ่งอยู่แถวบ้านแฟนเนื่องจากช่วงนี้ที่บ้านแฟนมีการทำบุญอยู่บ่อยครั้ง ผมได้มีโอกาสได้ไปรับไปส่งพระองค์นี้อยู่บ่อยครั้งที่มีงานบุญที่บ้าน ดูจากรูปลักษณ์ท่านน่าจะอายุยังไม่มาก มาทราบทีหลังว่าท่านอายุ 51 ปี 31 พรรษา ถือว่าเป็นพระที่มีอายุพรรษายาวนานพอสมควร(แสดงว่าท่านน่าจะบวชมาตั้งแต่เป็นเณร) 

 ผมมีโอกาสได้สนทนากับท่านไม่มากนักเพราะท่านเป็นพระที่ไม่ค่อยพูด เงียบ สมถะ ประมาณนั้น และประมาณ ปลายปี 2563 ผมทราบข่าวจากชาวบ้านว่าหลวงพ่อท่านอยากจะสร้างเจดีย์บูรพาจารย์เพื่อเป็นที่ระลึกถึงบูรพาจารย์ทั่วโลก และช่าวนั้นผมก็ได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญที่วัดแห่งนี้ด้วย โดยวันนั้นผมจำได้ว่ามีพระผู้เม่ารูปหนึ่งเดินทางมาสวดพระปาฏิโมกข์ ที่วัดแห่งนี้ด้วย และมาทราบภายหลังว่าพระผู้เฒ่าท่านนี้คือ หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท(เกจิชื่อดังในปัจจุบัน) โดยช่วงนี้ผมไม่เคยรู้จักพระผู้เฒ่าท่านนี้เลย ครูบาอาจารย์ในขณะนั้นผมมีหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล เจ้าอาวาสวัดวิมลนิวาสร้อยเอ็ดเป็นครูบาอาจารย์องค์แรก ตั้งแต่ปี 2550 ต้นๆถึงปัจจุบัน ย้อนกลับไปที่วัดแห่งหนึ่งที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น 

วันนั้นผมจำได้ว่ามีพี่น้องประชาชนชาวบ้านละแวกวัดและต่างหมู่บ้านเดินทางมาที่วัดแห่งนี้มากพอสมควร และมาทราบทีหลังว่า หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท (พระผู้เฒ่า)ที่ผมกล่าวถึง ท่านเคยจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 เลยรู้จักคนในพื้นที่วัดนี้เป็นอย่างดี วันนั้นผมจำได้อีกว่ามีการกดพิมพ์พระเครื่องโดยหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท โดยใช้บล๊อก/พิมพ์หินอ่อนที่หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทแกะไว้ที่วัดแห่งนี้ วันนั้นกดพิมพ์พระด้วยบล๊อกหินอ่อนของหลวงปู่ จำนวน 2 พิมพ์ คือพิมพ์ปฐมเทศนา หลวงปู่ท่านกดไว้ 10 องค์ และพิมพ์นางกวัก หลวงปู่ท่านกดไว้ 19 องค์ ช่างที่สนองงานในขณะนั้นคือข่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ซึ่งปัจจุบันเป็นช่างพระผงชื่อดังที่มีการจ้างงานข้ามปี 

 ตัดมา...หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปกราบหลวงพ่อท่านนี้อยู่เรื่อยๆ และวันนั้นได้มีการพุดถึงเรื่องราวต่างๆมากมายรวมถึงเรื่องการพัฒนาวัดวาอาราม การสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ฯ วันนั้นผมได้กราบเรียนถามหลวงพ่อท่านนี้ว่า หลวงพ่อครับผม หลวงพ่อจะสร้างเจดีย์ซึ่งเป็นงานใหญ่ผมถามตรงๆว่าหลวงพ่อมีเงินไหมครับผม เพราะว่าการสร้างเจดีย์ต้องใช้เงินจำนวนมากและต้องอาศัยศรัทธาสายบุญต่างๆรวมกันและร่วมกันสร้าง บางวัดก็ใช้เวลาอย่างน้อย3-5 ปี บางวัดก็สร้างไม่เสร็จเพราะไม่มีปัจจัยในการสร้าง(ทุนไม่พอ)หลายวัดก็หยุดไปเฉยๆ (ตอนนั้นถือว่าผมเสียมารยาทอย่างยิ่งที่ถามแบบนั้นออกไป) หลวงพ่อท่านมองหน้าผมแล้วท่านก็บอกว่า ไม่มีสักบาท ผมก็เลยพูดสวนกลับไปว่าแล้วสิสร้างเจดีย์ได้ยังไงครับผมเงินไม่มี หลวงพ่อพูดเป็นสั้นๆว่าเดี๋ยวก็มีมาปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ พะนะ แล้วผมก็คิดได้ว่า การที่วัดจะสร้างอะไรสักอย่างให้สำเร็จได้ต้องอาศัยพลังของผู้มีบุญ และความพร้อมเพียงของลูกศิษย์ลูกหา เห็นจากหลายๆวัดที่กำลังพัฒนาและพัฒนาอยู่ในขณะนั้น 

 ผมจึงได้สอบถามหลวงพ่อท่านออกไปหลวงพ่อรู้สักหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท พระเกจิชื่อดังที่มาวัดมื้อนั่นบ่อครับผม หลวงพ่อก็ตอบผมกลับมาทันทีว่า รู้จักสมัยนั้นท่านเคยจำพรนรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ผมก็เลยพูดต่ออีกว่าให้หลวงปู่ท่านเมตตาช่วยสร้างเจดีย์จะดีไหมครับผม หรือไปเรียนปรึกษาหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทว่าวัดอยากจะสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ อย่างน้อยหลวงปู่ท่านก็เคยอยู่ที่วัดแห่งนี้ท่านน่าจะมีข้อคิดดีให้คำปรึกษาหรือแนะนำ หลวงพ่อท่านก็พยักหน้า อือ อือ อือ แล้วเรื่องนี้ก็จบไป วันนั้นผมนั่งคุยกับหลวงพ่อองค์นี้ถึงประมาณ 4 ทุ่ม และเข้าไปกราบท่านและสนทนากับท่าน 4-5 ทุ่ม ติดต่อกัน 3 วัน (ไม่รู้คุยเรื่องอะไรแต่รู้สึกว่าได้สนทนาพูดคุยกับท่านสนุกดี) ท่านก็พูดเรื่องๆสมัยอดีตและปัจจุบันให้ผมฟังผมก็นั่งฟังและสนทนากับท่านผมรู้ได้ว่าพระรูปนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน(ในความรู้สึกนะ) เห็นจากท่านเป็นคนพูดน้อย สำรวม สมถะ และวันหนึ่งผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่านและได้บังเอินร์ได้เห็นภาพ 4 ภาพที่ติดไว้ในกุฎิของท่าน เลยเสียมารยาทเรียนสอบถามท่านท่านก็ได้เมตตาเล่าให้ฟัง 

สรุปเพียงสั้นๆว่า สมัยท่านเป็นพระใหม่(พระหนุ่ม) ท่านได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีที่ไปที่มา(ผมขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับผม เดี๋ยวยาว) และวันนี้ก็เป็นประฐมบทเรื่องราวเรื่องแรกที่เกิดขึ้นจริงกับผมจะได้เล่าให้ทุกท่านได้ฟังต่อไป วันนั้นหลวงพ่อองค์นี้ที่ผมพูดถึงท่านได้พูดให้ผมฟังว่า วัดจะมีกิจกรรมพาชาวบ้านก่อเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้กับพระพุทธเจ้า(ตามความเชื่อ) จำนวนเจดีย์ทรายที่อยากจะพาชาวบ้านร่วมกันก่อในครั้งนี้84,000 องค์/กอง ซึ่งผมก็เสียมารยาทอีกครั้งถามหลวงพ่อกลับไปอีกว่า ทรายที่จะนำมาใช้ก่อเจดีย์ทรายในงานที่หลวงพ่อว่านี้หลวงพ่อจะเอามาจากไหน หรือหลวงพ่อมีหรือยัง...หลวงพ่อท่านก็ได้เมตตาตอบกลับมาทันทีเหมือนกันว่า ไม่มี ไม่รู้จะเอามาจากไหน มันจะมาเองตามธรรมชาติมั้ง... และท่านก็ได้เล่าถึงนิมิตร(ความฝัน)ให้ผมฟังว่า หลวงพ่อฝันเห็นทรายจำนวนมากไหลมาจากน้ำมากองอยู่ฝั่งชี ไม่รู้ทำไมฝันแบบนี้ ผมก็เลยรับฟัง(แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักเพราะว่ามันเป็นเพียงความฝัน) จากนั้นผมก็ได้กราบลาท่านกลับบ้าน และก็ไม่ได้เข้าไปกราบ หรือสนทนากับท่านอีกเลย จน 2 อาทิตย์ผ่านไป 

หลวงพ่อท่านนี้แหละท่านได้โทรมาหาผมแล้วก็ชวนผมว่า โยมหอยไปเอาทรายกับหลวงพ่อไหม ผมก็ลืมไปแล้วว่าทรายอะไร ยังไง ก็เลยตอบท่านกลับไปว่า ไปครับผม ไปที่ไหนครับหลวงพ่อผมถามท่านด้วยความงงๆ ท่านก็เลยบอกพิกัดมาว่า อยู่แถมๆฝั่งชีนะตามมาตอนนี้หลวงพ่อถึงแล้ว ผมก็เลยตามไปแบบงงๆ พอไปถึงผมเห็นรถขยายเสียงของลูกศิษย์วัดที่ติดตามท่านมาและชาวบ้านประมาณ 30-50 คน กำลังล้อมวงทำพิธีอะไรสักอย่างอยู่โดยมีหลวงพ่อท่านเป็นคนพาชาวบ้านทำพิธี(มาทราบทีหลังว่าทำพิธีขอหรือบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวบ้าน) จากนั้นหลวงพ่อก็ได้พาชาวบ้านเดินลงไปยังฝั่งชีเพื่อไปทำพิธีขอ/บอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักษ์รักษาทราย/แม่น้ำชีแห่งนี้(ตามความเชื่อของชาวบ้าน) พิธีกรรมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน ปล...เรื่องที่ 1 ที่เกิดขึ้นถ้าทุกท่านสังเกตุและฟังเรื่องราวมาตั้งแต่ต้นก็จะตั้งคำถามหรือสงสัยเหมือนกันกับผมว่า ที่หลวงพ่อเล่าถึงนิมิตรครั้งนั้นเรื่องทรายที่จะมาใช้ในงานก่อเจดีย์ทรายของทางวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นแล้ววันนี้หลวงพ่อโทรชวนผม ผมก็มาดูแบบงงๆ หลวงพ่อพาชาวบ้านมาทำพิธีเอาทราบกลับวัดไปใช้ในงานก่อเจดีย์ทราบ 84,000 กอง/องค์ก็เกิดขึ้นจริงตามนิมิตรของท่านหรือเปล่าหรือจะเป็นเพราะความบังเอินร์หรือไม่ มาฟังเรื่องที่ 2 ต่อครับผม 

เรื่องที่ 2 ต่อเนื่องเลยครับผม ภายหลังจากการทำพิธีขอทราย บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จ ก็มีการก่อเจดีย์ทรายกองเล้กกองน้อยมากมายตลอดฝั่งแม่น้ำชี ประมาณกว่า 101 กอง เสร็จกิจกรรมชาวบ้านต่างทะยอดเดินทางกลับบ้านแต่ผมยังอยู่กับหลวงพ่อ อยู่ๆมีคู่สามีภรรยาและลูกสาวเดินตรงเข้ามาหาหลวงพ่อแล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังทั้งน้ำตาว่า หลวงพ่อครับ หลวงพ่อค่ะ กุนแจรถยนต์ผมหายครับผมเมื้อกี่ก็ยังเห็นอยู่เลยพอก่อเจดีย์ทรายเสร็จมาหาล้วงหาในกระเป๋ากางเกงจะพาลูกพาเมียกลับบ้านหายังไงก็ไม่เจอครับผม หาที่กองทรายที่พาลูกพาเมียก่อนข้างแม่น้ำชีหลายรอบแล้วก็ไม่เจอขอรับหลวงพ่อ พอหลวงพ่อท่านได้ฟังคำพูดของ2ผัวเมียหลวงพ่อท่านก็นิ่งพักหนึ่ง(ผมอยู่ในเหตุการณ์) ท่านหลับตาแล้วท่านก็ลืมตาแล้วท่านก็พูดกลับไปว่า ลองไปหาใหม่ตรงที่โยมก่อเจดีย์ทรายนั่นแหละหาดูดีๆ จากนั้นโยมทั้ง2ผัวเมียและลูกสาวก็เดินกลับไปหาพวงกุนแจรถยนต์ที่ทำหายนะจุดเดิม(ซึ่งเป็นจุดที่หาแล้วและหานานมากแต่ก็ไม่เจอจนได้เดินมาหารหลวงพ่อเล่าให้ท่านฟังนั่นแหละ) พอเดินกลับไปที่กองทรายสักพักไม่นาน 2ผัวเมียและลูกสาวก็เดินกลับมาด้วยท่าทางที่ดีใจสุดขีด บอกกลับหลวงพ่อว่าเห็นแล้ว พบแล้วมันวางอยู่ที่กองทรายที่พวกผม พวกหนูหาอยู่นั่นแหละแต่ก็งงเหมือนกันหาอยู่เป็นชั่วโมงไม่เจอ แต่พอเดินกลับไปหาจุดเดิมตามที่หลวงพ่อบอกกลับเจอดื้อๆ จากนั้นพ่อ-แม่-ลูกก็ได้กราบลาหลวงพ่อกลับบ้านในที่สุด... หลายท่านถ้าได้อ่านเรื่องราวตั้งแต่ต้นก็จะทราบว่าเรื่องบังเอินร์เกิดขึ้น 2 ครั้งแล้ว 1. ทรายมาจากไหน ! 2.เห็นกุนแจได้อย่างไร !! และก็มาต่อเรื่องที่ 3 เลย ครับผม 

 เรื่องที่3 ผมจะขออนุญาตพูดข้ามเรื่องราวต่างๆไม่ว่า หลวงพ่อท่านไปปรึกษากับหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท แล้วหลวงปู่ท่านบอกว่าอย่างไรเรื่องสร้างเจดีย์บูรพาจารย์(จนนำมาซึ่งหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทท่านมีชื่อเป็นประธานในการจัดสร้างฯ)ผมจะไม่พูดถึงในวาระนี้ แล้วจากวันนั้นจนมาถึงวันนี้มีการสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทตามวาระที่ท่านเมตตาอนุญาตให้ดำเนินการกี่รุ่นแล้วที่วัดนี้ผมก็จะไม่พูดถึงมันยาวมาก ผมจะพูดเหตุการณ์ครั้งที่ 3 เลยนะครับผม เรื่องที่3 ที่เกิดขึ้นกับผมและลูกศิษย์หลายท่านอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เรื่องมีอยู่ว่า ประมาณ ปี 2564 วันนั้นหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท ท่านเดินทางมาเป็นประธานการพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลหลายรุ่นที่วัดแห่งนี้สร้าง(และเป็นวัตถุมงคลที่หลวงปู่ท่านอนุญาตให้จัดสร้างในวาระสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ฯ)และวัตถุมงคลแต่ละวาระแต่ละอย่างล้วนเกี่ยวกับหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทที่วัดแห่งนี้ทั้งสิ้น ล้วนเป็นเรื่องราวและตำนานที่เกิดขึ้นที่วัดแห่งนี้สมัยหลวงปู่ท่านจำพรรษาอยู่ที่นี่เอาพอคร่าวๆเท่านี้นะครับผม เดี๋ยวยาว... หลังจากพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลวาระนี้เสร็จสิ้น หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทท่านได้เดินออกมาพร้อมกับหลวงพ่อองค์ที่ผมกำลังพูดถึงท่าน และผมก็เดินตามออกมาด้วยได้ยินทุกคำพูดที่หลวงปู่ท่านพูดออกมาและการสนทนากับญาติโยมที่มารอต้อนรับ หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท ท่านพูดว่า "ข่อยสิไปก่อนเด้อบาดนิ เผิ่นสิมาแล้ว"...

ทุกคนอยู่ในเหตุการณ์ล้วนงงและไม่ได้สนใจคำพูดของท่านนักต่างคิดไปในแนวทางและเสียงเดียวกันว่า พิธีเสร็จแล้วใครจะมาอีก(ไผสิมาอีก) หลังจากหลวงปู่มหาศิลาสิริจันโทท่านก้าวขึ้นรถและรถก็ได้วิ่งออกไปยังไม่ถึงหน้าวัดดี อยู่ๆก็เกิดฟ้าร้อง ลมพัดแรง เมฆเข้ามาปกคลุมท้องฟ้าบริเวณพิธี(ภายในวัด)ทันที ช่วงนั้นก็ชลมุนชาวบ้านต่างพากันรีบเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน คงเหลืออยู่กับหลวงพ่อองค์ดังกล่าวที่ผมพูดถึงประมาณ 7-8 คน (ที่อยู่กับหลวงพ่อยังไม่กลับบ้านเพราะฝนเริ่มตกแรงฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ลม แรงมาพร้อมกันดดยไม่ได้นัดหมาย) ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เป็น 1ใน8 คนที่อยู่กับหลวงพ่อวันนั้น วันนั้นผมจำได้ว่า ฝนตกแรงมาก ฟ้าร้องฟ้าผ่าทั่วบริเวณวัด ลมแรง ฟ้าผ่าไม่ได้ผ่าไกลจากที่พวกผมนั่งอยู่ในพิธีเหมือนว่าฟ้าที่ผ่าลงมามันผ่าข้างๆพวกผมนี่เองสัมผัสได้(น่ากลัวมา) พอฟ้าร้อง ฟ้าผ่าถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆลมก็กรรโชกแรงมาเป็นช่วงๆ อยู่ๆหลวงพ่อที่มีท่าทีนิ่ง สงบ อยู่ๆท่านก็ลุกขึ้นจากอาสนะ(ที่นั่ง)พร้อมกับเดินไปอุ้มเอาบาตรพระ1ใบ แล้วเดินออกไปข้างนอกพิธีเพื่อจะเอาบาตรพระดังกล่าวไปรองน้ำฝน(ผมมาทราบทีหลังว่าท่านเอาไปรองน้ำมนต์ที่เทวดาปะพรมลงมาช่วงฝนตกนั่นเอง)เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น...จังหวะที่ท่านเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับบาตรน้ำมนต์หรือบาตรพระท่านก็ได้บอกให้ลูกศิษย์จุดทูปมา 39 ดอก ท่านเดินกลับเข้ามาท่านก็ใช้มือของท่านกำเอาธูป 39 ดอกที่ลูกศิษย์ได้จุดให้ตามคำสั่ง แล้วท่านก็หันหน้าไปทางทิศตะวันตก(เบื้องหน้าพระสังกัจจายน์)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์แรกของวัดแห่งนี้ที่มีคนแวะเวียนเข้ามากราบไหว้ขอพรอยู่เป็นประจำ 

ผมเห็นทุกอย่างที่ท่านทำ เพราะท่านกับผมอยู่ห่างกันไม่ถึง 3 เมตร มือหนึ่งท่านกำธูป มือหนึ่งท่านพนม แล้วท่านก็สวดออกมาเป็นภาษาบาลีในช่วงแรก และช่วงต่อมาผมไม่รู้เลยว่าท่านสวดภาษาอะไรฟังไม่ออก แปลไม่ได้ แต่เสียงสวดของท่านดังกว่าเสียงฟ้า เสียงฝน มือข้างซ้ายท่านกำธูปไว้แน่ มือข้างขวาท่านยกขึ้นเหนือศรีษะของท่านแล้วก็วนมือเป็นวงกลมจากขวาไปซ้าย สักพักท่านก็วาดมือลงมาข้างหน้าของท่าน จังหวะนั่นเองหลังจากท่านวาดมือลงด้านหน้าลักษณะฟันมือลง ฟ้าก็ผ่าลงมาทันทีเสียงกึกก้องกัมปนาท(แรงมาก) แล้วตรงที่ฟ้าผ่าลงมาก็อยู่ด้านหน้าผมพอดีห่างออกไปประมาณ 50 เมตร เห็นทุกอย่าง ลูกไฟก้อนกลมๆเท่ากับวงล้อรถยนต์ได้พุ่งตรงลงต้นไม้ใหญ่มันทีและใต้ต้นไม้ใหญ่ก็มีลูกศิษย์หลวงพ่ออยู่ในกระท่อมใต้ตนไม้ด้วย(แต่ว่าลูกศิษย์ท่านนั้นไม่ได้ยินเสียงฟ้าผ่าเลยและก็ปลอดภัยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น)งงๆไปตามๆกันจังหวะนั้น ทั้ง สามเณร หมาวัด ก็วิ่งเอาตัวรอดเข้าไปอยู่ใต้เตียงภายในพิธี ผมก็กลัวมาก ตกใจทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ท่านวาดมือไปด้านขาว ฟ้าก็ผ่าลงด้านขวา ท่านวาดมือไปด้านซ้ายฟ้าก็ผ่าลงด้านซ้าย ท่านวาดมือไปด้านหลังฟ้าก็ผ่าลงด้านหลัง หลังจากนั้นท่านสวดเสร็จทั้ง ฝน ฟ้า ลม รวมถึงเมฆที่ปกคลุมบริเวณวัดทั้งหมดก็ค่อยๆจางลงและหายไปในที่สุด แดดเริ่มออกกลับสู่สภาวะปกติแบบงงๆเหมือนเดิม จากนั้นหลวงพ่อท่านก็เดินกลับมานั่งที่เดิมของท่าน และผมก็ตั้งสติและข่มใจแล้วคลานเข้าไปหาท่านพร้อมพนมมือขึ้นแล้วถามท่านว่า ...หลวงพ่อครับผมเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นครับผม...หลวงพ่อท่านยิ้มให้ผมแล้วท่านก็ตอบกลับมาว่า ...มันเป็นเรื่องธรรมชาติโยม...แค่นั้น 

จากนั้นผมก็ไม่ได้ถามอะไรท่านต่อ ก่อนที่จะช่วยกันกับลูกศิษย์ลูกหาของท่านเก็บของบริเวณพิธีให้เข้าที่แล้วขออนุญาตถ่ายภาพกับท่านไว้เป็นที่ระลึก(เป็นครั้งแรกที่ผมถ่ายรูปกับท่านและท่านเมตตาให้ถ่ายรูป) สักพักผมก็ได้กราบลาท่านกลับบ้านเพราะมันก็จะเย็นแล้ว ด้วยความตกใจและตื่นเต้นเพราะได้เห็นเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับตาตัวเองและยังอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆด้วยตัวเอง กลับถึงบ้านผมจำได้ติดตาเลย แม่ยาย เมีย และญาตผู้ใหญ่กำลังทานข้าวเย็นอยู่หลังบ้านพอดี ผมเลยเล่าเรื่องราวให้ทุกคนที่กำลังทานข้าวฟังด้วยความตื่นเต้น แต่สิ่งที่ญาตผู้ใหญ่ แม่ยาย ตอบกลับผมมาทันทีเหมือนกัน ทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกัน(เหมือนร้องสรภัญญะ.หรือพระสวดมนต์ ว่า โตพึ่งรู้บ้อ หรือคุณพึ่งรู้หราว่าหลวงพ่อท่านมีสิ่งที่เหนือธรรมชาตอยู่กับตัวท่าน หเมือนอาจารย์ของท่าน ท่านเก่งแต่ท่านไม่คุย ไม่อวด ท่านสอนญาตโยมเสมอว่า ทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ และตามมีตามเกิด สาธุ 

จบเรื่องที่3 ลงพอดีใกล้เที่ยงแล้วผม ขออนุญาตไปทานข้าวก่อนนะครับผม ช่วงบ่ายถ้าไม่มีงานเดี๋ยวมาเล่าเรื่องที่ 4 และ 5 ต่อครับผม ปล...ถ้าท่านอ่าน/ฟังเรื่องราวที่ผมพูด/เขียนอย่างต่อเนื่องท่านก็จะทราบว่าความบังเอินร์ของพระรูปนี้มี 3 เรื่องแล้ว 1. ทรายมาจากไหน ! 2. 2ผัวเมียเห็นกุนแจรถได้อย่างไร !! และ 3. ฟ้าผ่า 4 ทิศ ในพิธีวันนั้นเกิดอะไรขึ้น !!! มันจะบังเอินร์ได้ถึง 3 ครั้ง เชียวหรือให้ทุกท่านคิด วิเคราะห์และแยกแยะเอาเอง ช่วงบ่าย มาฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองอีก 2 ครั้ง คือครั้งที่ 4 และ 5 เผยหัวข้อให้ฟังนิดหนึ่งก็ได้ครับผมเผื่อหลายท่านอยากจะติดตาม เรื่องที่ 4 เกิดอุบัติเหตุกับครอบครัวผม รถชนหมู่ 3 คันรวด เมีย แม่ยาย ลูก 2 คน รอดมาได้อย่างไร และก่อนเกิดอุบัติเหตุใหญ่ครั้งนี้หลวงพ่อท่านเมตตาบอกกับผมอย่างไร ติดตาม และเรื่องที่ 5 ผมรอดตายอย่างหวุดหวิดเพราะคำเตือนของหลวงพ่อแท้ๆ ท่านเตือนผมว่าอย่างไร มาฟังกันต้อในช่วงบ่ายนะครับผม มันจะบังเอินร์กับตัวผมและครอบครัวผม ถึง 5 ครั้งเชียวหรือ ย้ำเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมอยู่ในเหตุการณ์ทั้งสิ้น...หิวข้าวแล้วกินข้าวก่อนนะครับผม สาธุ... 

ตอนที่4 เรื่องที่4 ประมาณ กลาง ปี 2565 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบสมัสการหลวงพ่อองค์ที่ผมพูดถึงอีกครั้ง และได้สนทนากับท่านหลายประเด็น ท่านพาไปให้อาหารปลาที่ด้านหลังวัด เพราะท่านเป็นผู้ที่มีเมตตาสูงมากต่อสัตว์และมนุษย์ทั้งหลายสังเกตุได้กับการปฎิบัติตัวของท่านท่านยังคงเสมอต้นเสมอปลายกับลูกศิษย์ลูกหากับญาติโยมเสมอ หลังจากพูดคุยกับท่านเสร็จ ผมก็ได้กราบลาท่านเพื่อเดินทางกลับบ้าน วันนั้นผมขี่มอเตอร์ไซด์ไปคนเดียว ก่อนกลับท่านได้พูดกับผมว่า การไปการมาระมัดระวังเด้อระวังอุบัติเหตุ ผมก็ขานรับความหวังดีและความเมตตาจากท่านอย่างนอบน้อมและขับรถออกจากวัดไม่นาน พอเลี้ยวรถเข้าถนนเส้นหลักขับต่อมาสักพัก ออเกิบลืมบอกในห้วงนั้นมีโรคระบาดหนัก(โรคโควิด-19)กำลังแรงผมจะสวมแมสตลอดเวลา ขณะที่ขับรถก็เหมือนกันยังคงสวมแมสตลอด พอขับรถมาสักพักเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก้เกิดขึ้น มีรถพ่วง 18 ล้อขับตามหลังมาและผ่านตัวผมอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้น แมสที่ผมสวมใส่อยู่ที่จมูกได้ขยับขึ้นมาปิดที่ตาทั้ง 2 ข้างทันทีและเร็วมากและรถพ่วง 18 ล้อก็ได้พัดเอาลมดูดตัวผมจะเข้าไปใต้ท้องรถอยู่แล้ว อยู่ๆผมก็ตั้งสติและนึกถึงหลวงพ่อที่พึ่งเตือนผมมาหมาดๆใหม่ๆและอุ่นๆเมื่อกี่ ผมก็รีบปล่อยมืออีกข้างมากระชากแมสที่ปิดตาผมทั้ง2ข้างทันทีก่อนที่จะเข้าไปในท้องรถ 18 ล้อ ผมชลอและจอกรถพักแป๊บหนึ่งใจหายไปอยู่ตาตุ่ม คิดว่าตายแน่ๆ แต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด เส้นยาแดงผ่าแปด เรื่องนี้อาจจะบังเอินร์อีกก็เป็นได้ 

ท่านไม่เคยพุดเตือนผมสักที 2 ปี ที่ผ่านมา มาวันนี้ท่านเตือนผม คงจะบังเอินร์อีเป็นแน่แท้ 555 จะบังเอินร์หรือไม่ผมไม่รู้แต่ที่รู้เยี่ยวผมแทบแตก น้ำตาเล็ดออกจากเบ้าตา พูดถึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาใจหายแว๊บ.... ถ้าทุกท่านติดตามอ่านเรื่องราวที่ผมเล่ามาตั้งแต่ต้นท่านก็จะทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 ที่ผมเล่าจากประสบการณ์จริงให้ทุกท่านได้รับฟัง เรื่องที่ 1. ทรายมาจากไหน เรื่องที่2. กุนแจเห็นได้อย่างไร เรื่องที่ 3. ฟ้าผ่า 4 ทิศ เกิดขึ้นจริงหรือ เกิดได้อย่างไร 4. คำเตือนหลวงพ่อ... 

เรื่องที่ 5 เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2565 เกิดกับครอบครัวผม วันนั้นผมจำได้ว่าผมช่วยงานหลวงพ่ออยู่ที่วัด แม่ยาย เมีย ลูก 2คน เดินทางเข้ามาทำธุระในตัวเมือง วันนั้นผมกราบลาหลวงพ่อเมื่อภาระกิจแล้วเสร็จวันนั้นมีการเตรียมงานจะจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศลฯที่วัดแห่งนี้ กราบลาหลวงพ่อเสร็จ เสียงโทรศัพย์จากเมียดังขึ้นถามถึงเรื่องราวเกี่ยวกับว่า เมียถามผมว่าอยู่ที่ไหน กลับบ้านหรือยัง ประมาณนี้ พอผมบอกว่ากำลับจะกลับบ้านเมียก็บอกผมว่ากำลังกลับเหมือนกันแล้ววางสาย พอผมขับรถกลับบ้านยังไม่ถึงบ้านหลังวาสายประมาณ 10 นาที เมียก็โทรกลับมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดี เสียงสั่น มีร้องไห้ด้วย ผมตั้งใจฟังและจับใจความได้ว่ารถถูกชนรีบมาดูลูกหน่อย แล้วผมก็ถามกลับไปว่ามีคนเป็นอะไรไหม ลูกเป็นยังไง ตัวเองเจ็บไหม แล้วสายก็ตัดไป ผมก็รีบบึ่งรถไปยังจุดเกิดเหตุทันที่พอถึงที่เกิดเหตุภาพที่ผมเห็นคือรถ 3 คันหันหน้าประสานงากันอย่างจัง รถเสียหายหนักมาก (คู่กรณีถึงกับได้ขายซากรถเลยทีเดียวไม่สวามารถซ่อมได้) 

พอเห็นสภาพรถผมก็มองหาลูกๆ เมีย แม่ยายผมทันที น้ำตาผมแทบไหลเมื่อเห็นลูกชายคนเล็ก ลูกชายคนโต เมีย และแม่ยาย อยู่ข้างถนนครบทุกคน ทุกคนบาดเจ็บเล็กน้อย ลูกชายคนเล็กตกใจร้องให้ไม่หยุด(แก้มเป็นรอยช้ำนิดหนึ่งจากการที่ถุงลมนิรภัยทำงานทั้ง 2ใบ ) ทุกคนปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุกู้ภัยได้นำแม่ยายผม ลูกชายคนโตไปตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาล ผม เมีย ลูกชายคนเล็กก็ตามไปดูที่โรงพยาบาลทันที ทุกคนเช็คอาการเบื้องต้นปลอดภัยดีทุกคน มีแม่ยายที่ต้องนอนดูอาการแต่ก็ปลอดภัยดี ถึงโรงพยาบาลผมก็ได้โทรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับหลวงพ่อท่านฟัง แต่ผมยังไม่ทันได้เล่าเรื่องราวจบ หลวงพ่อท่านก็พูดสวนผมขึ้นมาว่า ไม่เป็นไร สะบายมาก... ทั้งที่ผมยังไม่ได้พูดหรือเล่าให้ท่านฟังเลยว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า ผมก็งงนิดๆแล้วก็วางสายจากท่าน หลังจากเหตุการณ์วันนั้นไม่นานประมาณ 2 วัน ผมก็มาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

หรือมันจะเป็นความบังเอินร์อีกครั้ง ที่เมื่อ2-3เดือนที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุ หลวงพ่อท่านเมตตาให้ผมเขียนชื่อ นามสกุล คนในครอบครัวทั้งหมดให้ท่าน มันคงจะเป็นความบังเอินร์อีกแล้วผมว่านะ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับตัวผมเองเลย ย้ำ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง/อ่าน 

 และเรื่องที่ 6 เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2566 เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร ว่า คุณหอยอยู่กับครูบาอาจารย์หลายท่านมีองค์ไหนเก่งๆพอที่จะช่วยผมและภรรยาไหม ผมก็เลยตอบกลับไปว่า ผมไม่รู้นะว่าท่านจะเก่งหรือไม่เก่ง ท่านมีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับผม(ผมตอบกลับไป) ปลายสายก็ได้เล่าถึงความทุกข์ร้อน/เดือดร้อนให้ผมฟังว่าภรรยาของตนทนทุกทรมารเพราะโดนคนทำของใส่(ของเขมร)มากว่า 30 ปี แล้ว ไปแก้ที่ไหนก็ไม่หายอยากจะขอความช่วยเหลือ ลองสอบถามหลวงพ่อหรืออาจารย์ที่เก่งๆให้หน่อย ผมก็เลยบอกกลับไปว่าได้ๆครับผม แต่ผมไม่รู้นะว่าท่านจะช่วยได้ไหม อย่างไร เดี๋ยวผมลองถามท่านดู 

ผมก็เลยยกหูโทรศัพท์หาหลวงพ่อหรือพระองค์ที่ผมพูดถึงอยู่ตอนนี้ หลวงพ่อครับผมมีคนเดือดร้อนอยากจะให่หลวงพ่อช่วยเหลือหลวงพ่อจะพอเมตตาช่วยเหลือเขาหน่อยได้ไหมครับผม เขาโดนของเขมรมา ทนทุกข์ทรมารมากว่า 30 ปี ก็เล่าตามที่ได้ข้อมูลมา หลวงพ่อท่านตอบกลับมาว่า ช่วยได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้นะ คนเรากรรมหนักกรรมเบาต่องกัน ถ้าจะมาลองดุก้ได้นะแต่ไม่รับปากว่าจะช่วยได้หรือไม่อย่างไร ผมก็เลยนำความนี้แจ้งไปยังผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯทันที อีก 3 วัน2 สามีภรรยาก็ได้ขับรถจากกรุงเทพฯมุ่งตรงมายังวัดดังกล่าวเพื่อขอความช่วยเหลือ วันนั้นผมว่างพอดีจึงได้มีโอกาสไปพบ 2 สามีภรรยาที่วัดดังกล่าว เพื่อรอหลวงพ่อกลับจากกิจนิมนต์ที่ต่างหมู่บ้าน 

วันนั้นมีญาตโยมมาถวายพระพุทธรูปพอดีหลวงพ่อกลับมาก็ไปจัดแจงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าว เสร็จภารกิจท่านก็เดินเข้ามาในกุฎิของท่าน โดยมี 2 สามีภรรยา ผม และพี่จ่า นั่งรออยู่แล้ว ผู้หญิงที่ว่าโดนของเขมรมามากกว่า 30 ปี อาการปกติมากช่วงที่เข้ามาในวัดใหม่ๆ พูดจาดี ไพรเราะ เหมือนคนปกติทั่วไปมากพอหลวงพ่อเข้าไปในห้อง แล้วท่านสวดมนต์ในห้อง ผู้หญิงคนดังกล่าวก็มีท่าทาง กริยาเปลี่ยนไป (เหตุการณ์ผมอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดและแอบบันทึกวีดีโอไว้ด้วย) พอหลวงพ่อเดินออกมาจากห้องสิ่งที่แฝงอยู่ในร่างกายของผู้หญิงท่านนี้ก็แสดงออกมาทันที หลวงพ่อกราบลงที่หน้ารูปถ่ายของอาจารย์ของท่าน และรูปถ่ายของสมเด็จลุนฯ(ผมจำได้)แล้วท่านจุดธูป 1 ดอก แล้วพูดกับผู้หญิงคนนี้ว่า สู้มันนะอย่าให้มันครอบงำเราได้ใจแข็งๆ จากนั้นหลวงพ่อก็ได้สวดมนต์ของท่านแล้วเดินไปด้านหลังผู้หญิงคนนั้นโดยมีสามีของผู้หญิงคนนั้นคอยประคองจับร่างของภรรยาอยู่ห่างๆ หลวงพ่อใช้ปลายธูปที่จุดเขียนอะไรสักอย่างลงไปในกลางกระหม่อมของผู้หญิงคนนั้นแล้วสวดมนต์ที่ผมจำได้คือ นะโมพุทธายะ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ร้องกรี๊ด กรี๊ดออกมาเรื่อยๆ โดยจับใจความได้ตอนหนึ่งว่า กลัว กลัว กลัว หลวงปู่ใหญ่ก็มา ยักษ์ก็มาตัวใหญ่ๆ กลัว กลัว ประมาณนี้ที่ผมจำได้ นอกนั้นจำไม่ได้ 

ท่านสวดมนต์สักครู่ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทั้งเสียงฟ้าเสียงฝนดังสนั่นหวั่นไหว บวกกับเสียงสวดมนต์ของหลวงพ่อก็ดังเหมือนกัน สักพักหลวงพ่อให้สามีของผู้หญิงคนนั้นประคองนำร่างของของภรรยาของตนออกไปยังด้านนอกกุฎิ(ให้อาบน้ำมนต์)จากเทวดา(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น) จากนั้นหลวงพ่อได้เดินตามออกไปแล้วก้ไปสวดมนต์/เป่ากระหม่อมให้กับผู้หยิงคนนั้นอีกรอบหนึ่งท่ามกลางสายฝนที่โปรยปลาย หลวงพ่อสวดมนต์อยู่สักพัก อยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปหน้ากุฎิประมาณ 4-5 ก้าว แล้วใช้มือตบไปที่โต๊ะที่วางอยู่หน้ากุฎิอย่างแรง 2-3 ครั้ง แล้วชี้มือออกไปด้านนอกพร้อมกล่าวคำว่า มึงนึกว่ามึงแน่หรือไงว่ะ พวกอ่อนหัด มึงรังแกคนที่ไม่มีทางสู้ มึงห้ามมายุ่งกับร่างนี้อีก กูจะจัดการให้เด็ดขาดถ้ามึงมายุ่งกับร่างนี้อีก ครั้งนี้กูให้อภัยแต่ครั้งหน้ากูเอาตาย (น้ำเสียงไม่ใช่เสียงผู้หญิงคนนี้เลย) มาทราบทีหลังว่าเป็นเสียงอาจารย์ของหลวงพ่อท่านนี้ 

พอเสร็จพิธีหลวงพ่อให้สามีที่มาด้วยกันพาภรรยาของตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับเข้ามาในกุฎิอีกครั้งพร้อมกันซึ่งผมกับพี่จ่าก็อยู่ด้วยตลอด ผมจำได้อีกว่าหลวงพ่อให้ผมเอาขันไปตักน้ำมาให้ท่านทำน้ำมนต์ พอกลับเข้ามาในกุฎิอีกครั้งสามี ภรรยาคู่นั้นก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทันที ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะบอกกับทุกคนว่า เขารู้แล้วว่าเราแก้ของเขา (คนทำของใส่เขารู้แล้วว่าหลวงพ่อช่วยแก้ ถอดถอนมนต์ดำให้) หลวงพ่อก็ได้ตอบกลับไปว่า ดีแล้วให้เขารู้เลยถ้าไม่หยุดก็ตามนั้น(ตามที่อาจารย์ของท่านบอกไว้ว่าถ้าไม่หยุดจะจัดการขั้นเด็ดขาด) จากนั้น 2 สามีภรรยาก็กราบลาหลวงพ่อเดินทางกลับที่พักและวันรุ่งขึ้น 2 สามีภรรยาก็ได้เดินทางมาที่วัดเพื่อก่อเจดีย์ทรายเป็นพุทธบูชาและกราบลาหลวงพ่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ต่อไป 

 อนึ่ง เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ย้ำเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่านและชม เป็นความเชื่อความศรัทธาส่วนบุคคลเท่านั้น เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับผม ทั้ง 6 เรื่อง 6 ตอน อาจจะเป็นเรื่องธรรมชาติและความบังเอินร์เท่านั้น ขอให้ทุกท่านอ่าน คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ให้ถี่ถ้วนด้วยเทอญ สาธุ นิทานทั้ง 6 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ธรรมชาติ บริสุทธิ์ ตามมีตามเกิด สาธุ ......และเรื่องนี้ผมเคยขออนุญาตหลวงพ่อทำคลิปวีดีโอรายการเพื่อเป็นการเผยแผ่บารมีท่านและเป็นวิทยาทานให้กับผู้คนทั่วไปและผู้คนที่ศรัทธาท่าน แต่ท่านไม่อนุญาตให้ดเนินการใดๆทั้งสิ้น 

ท่านบอกว่าให้ทุกอย่างอยู่ในความทรงจำเฉพาะคนที่รู้เท่านั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติทั้งสิ้น ผมก็เลยออกมาเล่านิทานให้ทุกท่านฟังนี้แหละครับผม เดี๋ยวถ้านานๆไปผมกลัวผมจะลือก็เลยฝากไว้ในโซเชียลเพื่อจะได้เป็นวิทยาทาน เป็นความรู้ให้กับผู้คนที่เรารพและศรัทธาได้ ย้ำอีกครั้ง...นิทานทั้ง 6 เรื่องนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่านและชม เป็นความเชื่อความศรัทธาส่วนบุคคลเท่านั้น สาธุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 081-377-2689 087-864-4400 ไอดีไลน์ hoynews101 ( เผื่อมีคนอยากรู้ว่าพระองค์ไหน รูปไหนที่อยู่ในนิทานทั้ง 6 เรื่องนี้ ) ผมขออนุญาตเผบแผ่บารมีของท่านตามสมควรเพียงเท่านี้ ทุกอย่างมันก็เป็นไปตามด้วยประการละฉะนี้ เอวัง...

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
087-864-4400  081-377-2689

19 มกราคม 2567

ร้อยเอ็ด...นายกฯวุฒิภัทร ห่วง วิงวอนขอให้การโกงในวงการพระเครื่องครั้งนี้เป็นบทเรียน เชื่อบาปกรรมจะลงโทษคนชั่วเอง ให้กำลังใจทุกค


ร้อยเอ็ด...นายกฯวุฒิภัทร ห่วง วิงวอนขอให้การโกงในวงการพระเครื่องครั้งนี้เป็นบทเรียน เชื่อบาปกรรมจะลงโทษคนชั่วเอง ให้กำลังใจทุกคน 

ล่าสุด นายวุฒิภัทร คงมั่น นายกสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย ในฐานะนักสะสมพระเครื่อง พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ในวงการพระเครื่องเริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆทั้งในโซเชียลและปากต่อปากทั้งในวงการพระเครื่องเองและคนนอกวงการ โดยเฉพาะพระใหม่ ทุกสาย หลายเกจิอาจารย์ที่สร้างความเสียหายหนักในวงการพระเครื่องมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเลขกว่า 20 ล้านบาทและคนที่กระทำความผิดก็ออกมายอมรับกรรมที่ก่อติดคุกติดตารางกันไปพร้อมให้การซัดทอดเพื่อนร่วมแก้งค์ 


นายวุฒิภัทร กล่าวว่า วุ่นวาย เสียหาย กับพวกอสูรกายจริงๆครับ การเปิดจองศูนย์ย่อยต่อไปมีปัญหามากแน่ๆครับกับคำว่าพุทธพานิชย์ ต้องวางระเบียบข้อบังคับกฎเกณฑ์ ที่ชัดเจนรอบคอบกว่านี้ให้มาก ไม่รู้จะกู้ศรัทธาความเชื่อมั่น กลับคืนมาได้อีกมั้ย จริงๆแล้วผู้สร้างคือส่วนสำคัญที่เป็นผู้คัดเลือกศูนย์ย่อยรับจอง หมายถึงการการรันตีจากผู้สร้าง เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนบริษัทจำหน่ายรถที่มีตัวแทนจำหน่าย ขายรถแล้วไม่ส่งมอบรถ ก็สร้างความเสียหายให้กับบริษัทใหญ่ที่เป็นผู้มอบหมายความไว้วางใจให้ ถึงจะไม่มีผลทางกฎหมายโดยตรง กับบริษัทใหญ่แต่ชื่อเสียงก็พังไปด้วย การดูเเลเยียวยา ก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เพราะเป็นการการันตีกันแล้ว ..

ก็ขอให้การดูเเลผู้เสียหายให้ได้รับความเป็นธรรม ให้ได้มากที่สุดครับ ก็เห็นใจครับ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วก็ต้องแก้ไขปัญหาต่อไปขอให้เป็นบทเรียนครั้งสุดท้ายสำหรับประเด็นปัญหาเรื่องนี้ครับ บาปกรรมจะลงโทษคนชั่วเองครับ..ผมเชื่อแบบนั้น..บาปกรรมไม่ใช่อยู่ที่ปากคนจะพูดให้ร้ายเราได้ อยู่ที่ตัวเราทั้งนั้นครับ.. 

 จากเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มมีผลกระทบกับนักสะสมพระเครื่อง ผู้ที่ศรัทธา และบรรดาเซียนพระน้อยใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักเล่นพระเช่าพระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่เช่ามาขายไป ที่ทำมาหากินอย่างสุจริตและตรงไปตรงมา คือคนที่เคยเช่าพระ จองพระ เริ่มกลัว ขยาดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณีของนายเหิน ที่โกงฯกว่า20 ล้านที่เป็นประเด็นข่าวอยู่ในขณะนี้ หลายคนไม่กล้าโอนเงินเช่าพระ จองพระ เพราะว่ากลัวโอนแล้วไม่ได้พระเสียเงินฟรี ทำให้ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวกับพระเครื่องเริ่มหนาวๆร้อนๆไปตามๆกัน ทำอาชีพสุจริต ตรงไปตรงมา มาเสียเพราะกลุ่มคนไม่กี่คนแบบนี้เหนื่อยจริงๆ เซียนพระหลายท่านโอดครวญ… 

 โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห) 081-377-2689 
 087-864-4400

สนับสนุนข่าวโดย












สำนักข่าวสื่อน้ำดี จำกัด

ร้อยเอ็ด...เปิดใจช่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ขอสร้างตำนานอีกสักรุ่นสนองคุณครูบาอาจารย์ กับงานพุทธศิลป์ วัดสร้างเอง พุทธศิลป์ เสาร์ 5 (5 5 5)

ร้อยเอ็ด...เปิดใจช่างจ่า ธนกร จันทะโยธา ขอสร้างตำนานอีกสักรุ่นสนองคุณครูบาอาจารย์ กับงานพุทธศิลป์ วัดสร้างเอง พุทธศิลป์ เสาร์ 5 (5 5 5)  วัน...

สำนักข่าวสื่อน้ำดี จำกัด